【Vocaloid】แนะนำShuuen no Shiori Project

posted on 02 Nov 2012 14:43 by suikosig in Vocaloid directory Cartoon, Entertainment
(เขียนทิ้งไว้นานมากตั้งแต่ปลายปีก่อน เพิ่งมีเวลามาทำให้มันเสร็จ T^T)
เอ่อ ถือว่าอัพฉลองอัลบั้มใหม่ของ150P ที่วางขายวันนี้แล้วกันเนอะ = =
 
    เอนทรี่นี้จะขอกล่าวถึงซี่รีย์ของ 150Pครับ ใช้เพลงของVocaloid เป็นตัวเล่าเรื่องเช่นเดียวกับคาเงะโปร
โดยชื่อของโปรเจคในครั้งนี้ใช้ชื่อว่า 終焉ノ栞プロジェクトหรือที่เรียกกันว่า โปรเจคที่คั่นหนังสือมรณะ (ที่คั่นหนังสือที่จะทำให้เรื่องลี้ลับกลายเป็นจริง)
 

 
โปรเจคนี้มีเพลงหลักออกมาแล้วทั้งสิ้น 5 เพลง(และเพลงย่อยๆอีกนับสิบ) โดยจะใช้ตำนานต่างๆและเรื่องลี้ลับมาเป็นตัวเล่าเรื่องผ่านเกมแห่งจุดจบ
โดยในตอนนี้มีทั้งหมด4เรื่องคือ
1. การเล่นซ่อนแอบคนเดียว > kodoku no kakurenbo (การเล่นซ่อนแอบอันโดดเดี่ยว)
2. ดอปเปลแกงเกอร์ > Nisemono chuuihou (การแจ้งเตือนของปลอม)
3. คุณแมรี่ > Kanzen hanzai Love Letter (จดหมายรักอาชญากรรมสมบูรณ์แบบ)
4. หัตย์วานร > Sarumane Isutori Game (เกมเก้าอี้ดนตรีลอกเลียนแบบ)
 
เพลงกึ่งOPของซีรีย์นี้
 
ヒーーズ(Zairai Horoes)
 
 
-----------------------------------------------------------------
 
終焉
 
"นี่คือสงครามประสาทของคุณกับเหล่าเด็กผู้โชคร้าย
คุณอยากลองที่จะทำลายเรื่องราวมิตรภาพอันเน่าเฟะด้วยมือนี้มั้ยล่ะ?"
 
นี่คือเรื่องราวในโรงเรียนมัธยมปลายญี่ปุ่น ที่ไม่มีที่มาที่ไป ไม่อยู่ในชนบทหรือในเมือง
วันหนึ่ง ภายในห้องดนตรีของอาคารเรียนเก่าอันเป็นสถานที่ที่ใช้รวมตัวเป็นประจำ พวกเขาได้ค้นพบกับบันทึกเก่าๆเล่มหนึ่ง
สิ่งที่อยู่ภายใน คือเรื่องราวเกี่ยวกับ "ที่คั่นหนังสือแห่งจุดจบ" ซึ่งเป็นตำนานเมืองคล้ายกับเรื่องเล่าสยองขวัญเมื่อหลายปีก่อน
 
สมาชิกผู้ค้นพบได้เกิดความสนใจในตำนานเมืองที่เขียนไว้ภายในหนังสือ
สุดท้าย ทุกคนต้องไปพัวพันกับ "เกมๆหนึ่ง"
 
"ในนี้มีคนทรยศอยู่..."
 
จากคำพูดคำหนึ่งนั้น ทุกอย่างได้เริ่มต้นขึ้น
 
-----------------------------------------------------------------
 
กฏของเกมแห่งจุดจบ

 
เกมจะเริ่มโดย "สุนัขจิ้งจอก" ผู้เป็นคนทรยศเพียงคนเดียว
ถ้าอยากรอดไปได้ จงระวังเงื่อนไขด้านล่าง เพื่อมุ่งไปสู่จุดจบซะ
 
>ในการที่จะไปสู่จุดจบของเกมได้ จงฆ่าสุนัขจิ้งจอกซะ
>หากไม่สามารถค้นพบสุนัขจิ้งจอกได้ คนอื่นที่เหลือจะต้องตาย
>ในระหว่างที่หาสุนัขจิ้งจอก จงทำตามคำขอร้องของคกคุริซัง(ผีเหรียญ)
>คำขอของคกคุริซังจะมาในรูปแบบจดหมาย
>ระยะเวลาในการทำตามคำขอของคกคุริซังให้ลุล่วงคือ1สัปดาห์
>ถ้าไม่ฟังคำขอจะต้องตาย
>หากเพิกเฉยคำชี้แนะที่จะทำให้คำขอลุล่วงจะต้องตาย
>หากมีผู้ไม่เกี่ยวข้องรับรู้หรือพบเห็นเนื้อหาของคำขอจะต้องตาย
>ไม่สามารถถอนตัวจากเกมนี้ได้อย่างเด็ดขาดจนกว่าจะพบกับจุดจบ
 
-----------------------------------------------------------------
 
ノ隠ンボ(การเล่นซ่อนแอบอันโดดเดี่ยว)

Nico Link: http://www.nicovideo.jp/watch/sm17804161

1. Aยะ (A弥)
จากข่าวลือในต้นหน้าร้อน หนุ่มน้อยผู้อยู่ตัวคนเดียว ได้หลบซ่อนตัวในที่แห่งหนึ่ง

 
"จากนี้ จะเอาจริง"
"ในโลกนี้มีแค่สิ่งที่เหมือนจะเป็นความจริงกับดูเหมือนจะเป็นเรื่องโกหกเท่านั้นแหละ"
 
-ชื่อจริงยังไม่ได้รับการเปิดเผย
-เป็นเพื่อนสมัยเด็กกับCตะ ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูที่ใช้ตอนเล่นซ่อนหาคนเดียวก็เป็นตุ๊กตาที่ได้มาจากCตะ
-ถูกCตะฆ่าตายเพราะความเข้าใจผิดตอนที่กำลังเล่นซ่อนหาคนเดียว
 
     มีจุดเด่นคือรอยคล้ำใต้ตาและผมที่ชี้ขึ้นมาเส้นหนึ่งบนหัว(アホ毛) ชื่นชอบข่าวลือ หลังเลิกเรียนจะไปรวมตัวกับ Bโกะ Cตะ และ Dเนะ เพื่อเล่าเรื่องที่เป็นข่าวลือเกี่ยวกับตำนานเมืองและเรื่องผีกันในห้องดนตรีเก่าของอาคารเรียนเก่า เป็นหัวหน้าคลับเรื่องลี้ลับ
 
     Aยะเป็นคนมืดมน แต่หากคุยเรื่องลี้ลับแล้วนิสัยของเขาจะกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ พูดดังขึ้นเล็กน้อย และพูดเร็วเป็นน้ำไหลไฟดับ เป็นมาเนียด้านเรื่องลี้ลับตัวจริง
 
     มีงานอดิเรกชอบสร้าง "ข่าวลือพิศดาร" โดยในอดีต Bโกะจะเป็นคนที่ถูก Aยะกุข่าวลือเกี่ยวกับตัวเธอบ่อยครั้ง จนถูกBโกะว่าเอาว่ามีรสนิยมแย่ Aยะเก่งกาจในการสร้างเรื่องลี้ลับที่มีความน่าเชื่อถือสูง และบางทีก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ "เป็นเรื่องยอดเยี่ยมจนน่าแค้นใจ" นี่คือคำที่Bโกะกล่าวไว้
 
การเล่นซ่อนแอบคนเดียว


 
   การเล่นซ่อนแอบคนเดียวเป็นเรื่องเล่าในญี่ปุ่นที่ฮิตกันมาไม่นาน โดยเริ่มแรกเป็นเพียงตำนานพื้นบ้านในระแวกคันไซและชิโคคุ แต่จุดที่ทำให้เรื่องนี้โด่งดังขึ้นมาได้เพราะ มีคนเอาวิธีการเล่นการเล่นซ่อนแอบคนเดียวไปโพสในเว็บบอร์ดเรื่องลี้ลับของเว็บ2chanอย่างละเอียดตอนช่วงปี 2006 จนทำให้มีคนลองไปปฏิบัติและเจอเรื่องประหลาดมากมาย และกลายเป็นเรื่องโด่งดังจนถึงทุกวันนี้
 
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ตุ๊กตา 1 ตัว (มีแขนและขา)
- ข้าวสาร (ปริมาณเพียงพอที่จะยัดใส่ตัวตุ๊กตาได้)
- เล็บที่ตัดแล้ว
- เข็มกับด้ายแดง
- ของมีคม (มีด กรรไกร หรือจะสว่านก็ได้)
- น้ำเกลือ 1 แก้ว
 
วิธีการเล่น
 
   ขั้นแรกให้ตั้งชื่อให้ตุ๊กตา (ให้พูดชื่อ เช่นเธอชื่อ.... สามครั้ง) แล้วเฉือนเอานุ่นหรือของในตัวตุ๊กตาออกให้หมด จากนั้นจึงใส่ข้าวสาร(แทนอวัยวะภายใน)และเล็บของตัวเองลงไปแทน เย็บจุดที่ตัดตุ๊กตาด้วยด้ายแดง และใช้ด้ายที่เหลือพันรอบตัวตุ๊กตา(แทนเส้นเลือด)
   ให้คิดจุดที่เราจะซ่อนเอาไว้ และในจุดนั้นให้วางน้ำเกลือเอาไว้

   เมื่อถึงตี3 ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่าง
   สมมุติให้ชื่อหมี=Shiro คนเล่น=Kuro
 
   1. ปิดไฟภายในบ้านให้หมดทุกดวง เหลือไว้แต่ทีวีที่เปิดช่องซ่าๆ
   2. หันไปบอกกับตุ๊กตาว่า "ตอนแรก ยักษ์(คนหา)คือKuro" สามครั้ง แล้วพาตุ๊กตาไปห้องอาบน้ำ(หรืออ่างล้างหน้า) ที่เปิดน้ำจนเต็ม แล้วใส่ตุ๊กตาลงไปในนั้น
   3. ออกมาจากที่ดังกล่าว ไปยังที่เริ่มต้น แล้วหลับตา 10 วินาที
   4. ถือของมีคมไปยังอ่างน้ำ พูดว่า "เจอShiroแล้ว" แล้วแทงตุ๊กตา (ทิ้งของมีคมไว้ตรงนั้น)
   5. พูดว่า "ต่อไปShiroเป็นยักษ์" แล้วไปซ่อนตัวในที่ที่มีน้ำเกลือ
   6. รออีกฝ่ายหา (ขั้นตอนทั้งหมดต้องทำเสร็จภายใน1-2ชั่วโมง)
 
หากต้องการจะเลิกเล่นระหว่างที่ตัวเองซ่อน ให้อมน้ำเกลือแล้วบ้วนใส่ตุ๊กตา แล้วพูดว่า "ฉันชนะ" 3ครั้ง
ตุ๊กตาที่ใช้เล่น เมื่อเล่นจบแล้วให้นำไปเผา
 
มีผู้พบเห็นสิ่งแปลกๆหลายอย่างจากการเล่น ยกตัวอย่างเช่น
-ทีวีเปิดปิด ทีวีมีเสียงแทรกซ้อน
-ปรากฎการณ์ทางวิญญาณ พบเห็นภาพแปลกๆ
-ตำแหน่งของตุ๊กตาในขณะเลิกเล่นไม่ได้อยู่ตรงอ่างน้ำ
-มีเสียงประหลาดเกิดขึ้นในจุดที่ซ่อน
 
มีคนบอกไว้เยอะว่า
"อย่าไปเล่นเด็ดขาด"
"รู้ว่าอันตราย น่ากลัวแล้วจะไปเล่นทำไม"
"คนลองทำจริงบ้ารึเปล่า?"
 
แต่ถึงอย่างนั้นเป็นเรื่องเล่าในประเทศญี่ปุ่น ต่างประเทศทำไปคงไม่เกี่ยวกันหรอก (มั้ง :P)
 
-----------------------------------------------------------------
 
モノ注 (การแจ้งเตือนของปลอม)
 
Nico Link: http://www.nicovideo.jp/watch/sm18060733
 
2. Bโกะ (B子)
จากข่าวลือที่ได้ยินในวันหนึ่ง สาวน้อยได้กลายเป็นฝาแฝด

 
"ใครก็ได้...ฉันที"
"รสนิยมแย่ๆของนายน่าไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าช่วยเลิกเอาเรื่องของคนอื่นไปเป็นพล็อตจะได้มั้ย"

-ชื่อจริงยังไม่ได้รับการเปิดเผย
-ภายในเรื่องต้องพบกับดอปเปลแกงเกอร์
-ดูเหมือนจะมีคนที่ชอบ
 
   Bโกะเป็นคนที่ชอบข่าวลือ โดยเฉพาะเรื่องลี้ลับ หลังเลิกเรียนจะรวมตัวกับ Aยะ Cตะ และDเนะเพื่อเล่าเรื่องลี้ลับและตำนานเมืองต่างๆในอาคารเรียนเก่าหลังเลิกเรียน
 
   เธอเป็นผู้มีรูปโฉมเพียบพร้อม หน้าตางดงาม แม้แต่ภายในโรงเรียนก็ยังถูกยกให้เป็นท็อปคลาส มีข่าวลือ ตั้งแต่เข้าเรียนมามีนักเรียนชายจำนวนมากได้สารภาพรักกับเธอ แต่ก็ถูกปฏิเสธไป
 
   "อุหุหุ ไม่เอาน่ะ Aยะคุงล่ะก็" ปกติBโกะจะพูดด้วยคำที่เหมือนเป็นคนเรียบร้อยและดูดี แต่พอถึงช่วงเลิกเรียน ก็จะเปลี่ยนลักษณะนิสัยเป็นอีกแบบ และว่าAยะ ที่เป็นคนปล่อยข่าวลือปลอมๆของเธอออกไปว่า "อย่ามาแกล้งทำเป็นเซ่อนะยะ!!" ในจุดนี้ Dเนะได้บอกว่า "เป็นระดับที่น่าสงสัยว่าจะเป็นคนหลายบุคลิกเลยนะ" ส่วนCตะจะบอกว่า "จริงๆแล้วมีมีคนอยู่สองคนใช่มั้ยล่ะ" ส่วนAยะจะคิดว่า "คนแบบยัยนี่มีอะไรดีตรงไหนเนี่ย"
 
ดอปเปลแกงเกอร์


 
     มีความหมายว่า Double Goer (ฝาแฝดปีศาจ) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Autoscopy ในทางการแพทย์ เป็นความเชื่อที่ว่าทุกคนในโลกมีฝาแฝดของตัวเอง
 
    ดอปเปลแกงเกอร์เป็นปรากฏการณ์ที่มีผู้อื่นพบเห็นคนๆเดียวกันในสถานที่ที่ต่างกันออกไป กล่าวคือดอปเปลจะทำให้ดูเหมือนคนๆหนึ่งปรากฏตัวพร้อมกันในสองสถานที่ โดย 1 คนเป็นตัวจริงและ 1 คนเป็นดอปเปลซึ่งมีลักษณะภายนอกเหมือนกันทุกประการ
 
    หากเจ้าตัวได้พบเห็นดอปเปลของตัวเองเข้า นั่นเป็นสัญญาณว่า "คนๆนั้นใกล้จะถึงอายุขัย และจะต้องตายในอีกไม่นาน"
 
ลักษณะพิเศษของดอปเปล
-ไม่สนทนากับคนอื่นที่อยู่รอบๆ
-ปรากฏตัวในสถานที่ที่ตัวจริงมีความเกี่ยวพันด้วย
-ไม่มีเงา
 
ตัวอย่างของบุคคลที่เคยพบกับดอปเปลแกงเกอร์
 
Emilie Sagee
   เป็นผู้มีชื่อเสียงในเรื่องของการเจอปรากฏการณ์ดอปเปลแกงเกอร์
 
   ปี1845 อายุ 32 เธอได้ย้ายไปเป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียนชื่อดังที่ประเทศลัตเวีย หลังจากย้ายไปได้ไม่นาน ก็มีเหล่านักเรียนเริ่มพูดกันว่า "เหมือนเห็นครูSagee 2คน" เหล่าครูคิดว่าคงเป็นสิ่งที่นักเรียนคนนั้นเพ้อเจอไปเอง แต่จนกระทั่งมีนักเรียนออกมาพูดเรื่องนี้มากกว่า 10 คน ทำให้เกิดความประหลาดใจกันว่านี่คือภาพหลอนหมู่ หรือว่าครSageeมีสองคนจริงๆกันแน่
 
    นักเรียนได้ให้การว่า ขณะที่ครูกำลังสอนและเขียนชอล์คบนกระดาน ได้มีร่างแยกปรากฏออกมาเขียนกระดาน นักเรียนอีกคนกล่าวว่า เหมือนครูSageeยืนอยู่หน้ากระจก และบนกระจกสะท้อนภาพของคุณครู นักเรียนคนนั้นเกิดความหวาดกลัวจนเป็นลมล้มหมดสติไป
 
    นอกจากนักเรียนแล้ว ผู้หญิงที่จัดการเรื่องอาหารได้เห็นครูSageeที่กำลังกินข้าว มีร่างแยกออกมาอีกนั่งข้างๆและทำท่ากินอาหารเหมือนกัน จนเธอซึ่งเป็นผู้เห็นได้กรีดร้องออกมา ร่างแยกนั้นไม่เพียงพบอยู่ข้างๆตัว แต่ยังมีคนพบในสถานที่ที่ห่างไกลออกไป
 
    เรื่องที่ใหญ่ที่สุดคงเป็นตอนที่มีนักเรียนทั้ง42คน เห็นร่างแยกพร้อมๆกัน ในขณะนั้นSageeกำลังอยู่ในห้องเรียนพร้อมๆกันนักเรียน แต่ที่แปลกดอกไม้นอกหน้าต่างข้างกันนั้น กลับมีSageeอีกคนอยู่ นักเรียนคนหนึ่งได้ลองเสี่ยงที่จะพิสูจน์ว่าตัวไหนคือตัวจริง โดยการลองแตะตัวของSageeที่อยู่ในห้องเรียนดู ปรากฏว่าสิ่งนั้นไม่สามารถสัมผัสได้ราวกับเป็นผ้านุ่มๆ ส่วนSageeอีกคนที่ยืนเหม่อลอยอยู่ตรงแปลงดอกไม้ สักพักSageeที่อยู่ภายในห้องเรียนได้หายไป Sageeที่อยู่ตรงแปลงดอกไม้เริ่มขยับตัว และทำให้รู้ว่าSageeตรงฝั่งแปลงดอกไม้คือตัวจริง
 
    ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดมาต่อเนื่องกว่า 1 ปี จนฝ่ายบริหารของโรงเรียนที่ลำบากใจกับเรื่องนี้ ได้เอ่ยถามกับเจ้าตัวเอง แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีร่างแยกของตน และกลายเป็นว่าเจ้าตัวเองก็เริ่มที่จะกังวลกับปรากฏการณ์นี้ไปอีกคน
 
    เหล่านักเรียนทั้งหลายเริ่มสนุกกับปรากฏการณ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าพ่อแม่ของพวกเขาจะไม่เป็นเช่นนั้น จึงมีการเรียกร้องให้ครูประหลาดคนนี้ย้ายโรงเรียนไปโรงเรียนอื่น แม้ตัวเธอจะเป็นครูที่ยอดเยี่ยมเพียงไร แต่ก็ต้องถูกจ้างออกในที่สุด
 
  หลังจากนั้น Sageeได้ย้ายไปสอนมากกว่า20ที่ และทุกที่ก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ Sageeไม่มีที่ให้ไปสอนต่อ จึงกลับไปอยู่กับน้องสะใภ้ แต่ที่นั่นก็ยังคงเกิดเหตุการณ์อีก เหล่าเด็กต่างพูดกันอย่างสนุกสนานว่า "มีคุณป้า 2 คน"
 
    Sagee ไม่เคยพบกับดอปเปลของตัวเอง เพียงแต่เธอจะเล่าว่าเวลาที่ดอปเปลของเธอปรากฏ เธอจะรู้สึกเมื่อยล้าราวกับถูกสูบพลังชีวิตไป
 
Guy de Maupassant
     นักประพันธ์และนักเขียนเรื่องสั้นชาวฝรั่งเศส เขาเล่าว่าเขาเคยถูกดอปเปลของตัวเองไล่ล่าในช่วงบั้นปลายของชีวิตเขา ในเหตุการณ์หนึ่ง เขาเล่าว่า ดอปเปลของเขาได้เข้ามาในห้อง นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามและตามสิ่งที่เขากำลังเขียน ประสบการณ์นี้เขาได้เขียนลงในเรื่องสั้นที่มีชื่อว่า Lui
 
John Donne
     ในศตวรรษที่ 16 กวีชาวอังกฤษผู้ชอบเขียนเกี่ยวกับอภิปรัชญา ดอปเปลของเขาได้มาเยือนหาเขาในตอนที่เขาอยู่ในปารีส ไม่เพียงแต่ดอปเปลของเขา แต่ดอปเปลของภรรยาของเขาก็ได้ปรากฏตัวพร้อมกับลูกที่เพิ่งคลอด ด้วยสีหน้าอันเศร้าสร้อย (ในขณะนั้นภรรยาของเขาตั้งท้องอยู่) และในช่วงขณะที่ดอปเปลของเธอปรากฏตัว ลูกของเธอได้ตายจากการที่คลอดไม่สำเร็จ
 
     เราอาจจะพบปรากฏการณ์นี้ในชีวิตประจำวันได้จากการที่มีเพื่อนหรือคนรู้จักทักเราว่า "เมื่อวานไป...มาเหรอ" หรือว่า "อ่าว ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ไม่ได้ไป...มาเหรอ" อื่นๆ ทั้งๆที่เราไม่ได้ไปที่นั้น
 
-----------------------------------------------------------------
 
完全罪ラブター(จดหมายรักอาชญากรรมสมบูรณ์แบบ)
 
(เอาเวอร์ชั่น 松下แล้วกันนะครับ อันอื่นโดนดูดเสียงหมดแล้ว จะให้ดีก็ไปดูในNicoเอาเลย)
Nico Link: http://www.nicovideo.jp/watch/sm18172311
 
3. Cตะ (C太)
จากข่าวลือที่ไร้ชื่อ เด็กคนนั้นได้เล่นละครกับตัวเอง
 
"แปลกจัง น่าจะสมบูรณ์แบบแท้ๆ"
"หึๆๆ Bโกะนี่แพ้ทางDเนะไม่เปลี่ยนเลยนะ"
 
-ชื่อจริงยังไม่ได้รับการเปิดเผย
-จากการตอบกลับของคุณแมรี่ ทำให้เขาหลอกตัวเอง และนึกเรื่อง "เรื่องหนึ่ง" ที่ปิดซ่อนเอาไว้ออก
 
     เป็นหนึ่งในสมาชิกของคลับเรื่องลี้ลับ ชอบข่าวลือ รวมตัวกับ Aยะ Bโกะ และ Dเนะ ในห้องดนตรีของอาคารเรียนเก่าเพื่อเล่าเรื่อง
 
     หนุ่มรูปงาม ชอบหัวเราะเบาๆ และเก่งในเรื่องการหยอกล้อคนอื่น เป็นเพื่อนสมัยเด็กกับ Aยะ และคิดว่า "ตนจำเป็นสำหรับAยะ" โดยเขาพยายามระวังตัวเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากเรื่องมนุษยสัมพันธ์กับคนอื่นๆ Cตะมักจะดูแล Aยะมากเกินไป ไปติดเครื่องดักฟังและกล้องวีดีโอในบ้านของเขา จนทำตัวเหมือนกับเป็นสโตกเกอร์
 
     เขาได้พูดกับDเนะว่า "หากค้นหาความหมายของตัวเองภายในตัวคนอื่นไม่ได้ เขาก็จะเป็นแค่ตัวตนวางเปล่าที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้" แม้คำพูดนี้จะชี้ให้เห็นว่าเขากำลังพึ่งพิง Aยะอยู่ แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับเรื่องนี้
 
โทรศัพท์จากคุณแมรี่
 

 
     คุณแม่รี่เป็นเรื่องลี้ลับและเป็นตำนานเมืองชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น
 
    เรื่องราวของคุณแม่รี่
 
     เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้ทิ้งตุ๊กตาเก่าที่ผลิตในต่างประเทศไปในตอนที่เธอย้ายบ้าน
 
     และในคืนหนึ่ง ได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามา
 
     "ฉันคือคุณแมรี่ ตอนนี้อยู่ที่ทิ้งขยะ..."
 
     ทันทีที่ตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง ก็จะโทรเขามาอีก
 
     "ฉันคือคุณแมรี่ ตอนนี้อยู่ตรงหัวมุมของร้านขายบุหรี่..."
 
     ต่อจากนั้น ได้มีโทรศัพท์เข้ามาอีกว่า "ฉันคือคุณแมรี่ ตอนนี้อยู่หน้าบ้านของเธอ"
 
     สาวน้อยได้ตัดสินใจเปิดประตูบ้านออก แต่กลับไม่พบใคร ในทันทีที่เธอคิดว่านี่คงเป็นการหยอกล้อของใครสักคน ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมาอีก...
 
     "ฉันคือคุณแมรี่ ตอนนี้อยู่ข้างหลังของเธอ"
 
     เรื่องราวของคุณแมรี่จบเพียงเท่านี้ แต่ได้มีคนเพิ่มเติมตอนจบเข้าไปอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น
 
     - พอหันไปข้างหลังก็จะถูกฆ่า
     - สาวน้อยถูกแทง แต่ยังมีชีวิตรอด สภาพของบาดแผลแตกต่างกันไป
     - หากฉากเป็นแมนชั่น คุณแม่รี่จะค่อยขึ้นมาทีล่ะชั้น
     - หากไม่เป็นโทรศัพท์ก็จะถูกส่งมาในรูปแบบเมล์มือถือ
 
     นอกจากนั้น คุณแมรี่ยังถูกเปลี่ยนเนื้อหาเอาไปทำเป็นเรื่องตลก ยกตัวอย่างเช่น
 
     - ข้างหลังเป็นกำแพง คุณแม่รี่อยู่ไม่ได้เลยสลายตัวไป
     - สาวน้อยวางหู เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
     - สาวน้อยไม่เปิดประตูให้
     - สาวน้อยอยู่บนตึกหลายร้อยชั้น ลิฟท์ไม่ทำงาน คุณแมรี่ต้องเดินขึ้นทีละชั้นจนหมดแรงก่อน
 
    ยิ่งเขียนยิ่งเป็นเรื่องตลกแทน พอดีกว่า = =
 
-----------------------------------------------------------------
 
猿マ椅子取りーム(เกมเก้าอี้ดนตรีลอกเลียนแบบ)
 
Nico Link: http://www.nicovideo.jp/watch/sm19216490
 
4. Dเนะ (D音)
จากข่าวลือบางแห่ง ผู้หญิงคนนั้นกล่าวว่าเธออยากจะเป็นกระจก

 
"นานๆทีจะเอาจริงนะ"
"แต่ฉันว่า นิสัยสองด้านของBโกะจังน่ะเยี่ยมไปเลย"
 
- ชื่อจริงยังไม่ได้รับการเปิดเผย
- อยากเป็นเหมือน Bโกะ เธอจึงขอของที่ Bโกะมีจากหัตถ์วานร
 
     ชื่นชอบข่าวลือ รวมตัวกับพวก Aยะ Bโกะ และ Cตะ ในอาคารเรียนเก่าเพื่อเล่าเรื่องข่าวลือต่างๆ
 
     ผมยาวดำ มีกลิ่นของต้นหอมหมื่นลี้ มีภาพลักษณ์เป็นคนมืดมน เป็นคนไม่ค่อยโดดเด่นในห้องเรียน แต่ต่อหน้าสมาชิกกลุ่มในอาคารเรียนเก่าแล้ว มักจะพูดเฉไฉจนทำให้เรื่องจริงจังกลายเป็นเรื่องล้อเล่น ชอบกวนประสาททางด้านจิตใจของคนอื่น เคยเปลี่ยนนิสัยจากหน้ามือเป็นหลังมือไล่ต้อนCตะจนจนมุม เป็นคนมีความต้องการที่จะอยู่ใกล้คนที่ตนหลงไหลสูง 
 
     Dเนะคิดว่าผู้ชายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ไร้สาระ และรักBโกะ ต่อให้คนอื่นๆนอกจากตนเองหรือBโกะคิดยังไงก็ไม่สนใจ แต่สำหรับAยะกับCตะแล้ว เธอจะคอยกวนประสาทด้วยเหตุผลที่ต่างออกไปจากคนอื่นๆ
 
หัตถ์วานร
 
 
     หัตถ์วานรคือซากขาหน้าของลิงซึ่งเป็นเรื่องลี้ลับอีกอย่างหนึ่ง โดยส่วนใหญ่แล้วจะมาในรูปแบบของการขอความปรารถณาอะไรก็ได้กับหัตถ์วานร 3 อย่าง แต่สิ่งตอบแทนที่ต้องให้นั้น กลับหนักหนาเหลือคณานับ
 
    เรื่องราวของหัตถ์วานรจากหนังสือ "สุภาพสตรีบนเรือสำราญ" ปี1920 เนื้อหามีอยู่ว่า
 
     สามีภรรยาไวท์ผู้สูงอายุ กับลูกชายเฮอร์เบิร์ต ได้รับซากหัตถ์วานรจากจ่าสิบเอกมอลิสซึ่งสร้างโดยโยคีชาวอินเดียคนหนึ่ง จ่าสิบเอกมอลิสได้กล่าวว่า "มีล่านี้มีพลังเวทย์มนต์ ไม่ว่าจะเป็นคำขอแบบไหน ก็จะทำให้เป็นจริงได้ 3 อย่าง แต่หากได้ฝืนเปลี่ยนโชคชะตาที่ได้กำหนดไว้แล้ว ความหายนะอันใหญ่หลวงจะตามมา"
     นายไวท์ได้รับสิ่งนี้มาอย่างไม่เต็มใจ เฮอร์เบิร์ตผู้เป็นลูกชายที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งจึงลองขอไปเล่นๆว่า "อยากจะใช้หนี้ ต้องการ 200ปอนด์" แต่สุดท้ายแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันนั้น
 
     ในวันรุ่งขึ้น ได้มีการแจ้งจากที่ทำงานมายังคู่สามีภรรยาไวท์ว่า ลูกชายได้ถูกเครื่องจักรในที่ทำงานหนีบเอาจนตาย คู่สามีภรรยาได้ทำการประท้วงและเรียกร้องค่าเสียหาย ทางฝั่งบริษัทไม่ยอมรับฟัง แต่กลับเอาค่าแรงของลูกชายมาให้แทนค่าเสียหาย จำนวนเงินที่ได้คือ 200ปอนด์ตรงกับจำนวนที่ลูกชายได้ขอกับหัตถ์วานรไป
 
    ทั้งสองสามีภรรยาผู้แก่เฒ่าโศกเศร้าเสียใจต่อการจากไปของลูกชาย และอยู่อย่างอาลัยอาวรณ์ต่อการตายของลูกชาย ภรรยาผู้ทนกับการจากไปของลูกชายไม่ไหว ขอร้องให้สามี "ร้องขอกับหัตถ์วานรให้ลูกชายกลับคืนมา" แต่ทว่า นายไวท์ได้เห็นสภาพศพอันน่าสยดสยองของลูกชายไป จึงได้แต่ปลอบใจภรรยาอย่างสุดความสามารถ
 
   อย่างไรก็ตามภรรยาผู้คลุ้มคลั่ง ยังคงร้องขอให้นำตัวลูกชายคืนมา ในที่สุดนายไวท์ก็ทนต่อแรงกดดันไม่ไหว และได้ร้องขอคำขอที่สองออกไป สักครู่ ก็มีใครคนหนึ่งเคาะประตู
 
   ภรรยาผู้คิดว่าลูกชายกลับมาแล้ว รีบออกไปเปิดประตูต้อนรับอย่างดีใจ แต่นายไวท์ผู้จินตนาการถึงผลลัพธ์ของสิ่งที่จะเกิด ได้เอ่ยคำขอสุดท้ายต่อหัตย์วานรออกไป "ให้ลูกชายกลับเข้าหลุมซะ" ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูอันหนักหน่วงที่มีมาก็ได้หายไป
 
     ผลสุดท้าย คู่สามีภรรยาไวท์ที่ได้ลองฝืนการใช้ชีวิตอันแสนปกติ ก็ได้จ่ายค่าตอบแทนไป และกลับมาใช้ชีวิตปกติดังเดิม

เรื่องเต็ม>>http://f59.aaacafe.ne.jp/~walkinon/monkey.html เวอร์ชั่นEngกดได้ในลิงค์ในหน้านั้น
 
-----------------------------------------------------------------
 
     ตายล่ะ รู้สึกว่าเนื้อหาเรื่องลี้ลับจะเยอะกว่ารายละเอียดซีรี่ย์ เปลี่ยนชื่อเอนทรี่เป็นเรื่องลึกลับจากซีรี่ย์ที่คั่นหนังสือแทนดีมั้ยเนี่ย =_____=
 
(แล้วจะเข้ามาอัพเดทหน้านี้เรื่อยๆนะครับ ถ้ามีอะไรมาเพิ่มเติมหรือแก้ไขอะไรที่ผิดพลาด)
ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาให้เครดิตกับเอนทรี่ที่ผ่านๆมาครับ m(_ _)m