เมื่อวานได้ไปฟังประชุมของอาจารย์ภาคเหนือที่มหาวิิทยาลัยฟาร์อีสเทิร์นมาครับ(เค้าให้ผมไปทำอะไรเนี่ย = =)
หัวข้อการประชุมหนึ่งในนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับกับการวัดระดับแบบใหม่ที่จะจัดขึ้นในปีหน้าครับ ทั้งในเรื่องของเวลา รูปแบบ เนื้อหา ลักษณะข้อสอบต่างๆและข้อมูลหลายๆอย่างที่(คาดว่าน่าจะ)สำคัญต่อผู้สอบ ด้วยเหตุนี้ ผมเลยอยากเอาข้อมูลที่ได้รับมาลองบอกต่อๆกันครับ เนื่องจากเนื้อหาการสอบแบบใหม่นั้นต่างกับปีที่ผ่านมาพอสมควร ใครไม่ได้เตรียมตัวไปก่อน หรืออ่านแต่เนื้อหาแบบเดิมๆไปคงได้ตายคาห้องสอบแหงครับ = =

*สำหรับใครต้องการอ่านเนื้อหาเอง สามารถโหลดข้อมูลได้จากเว็บJLPTโดยตรงเลยครับ

จุดที่วัดระดับแบบใหม่ต่างจากวัดระดับที่ผ่านมา

-เปลี่ยนชื่อโดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษNนำหน้า โดยมาจากคำว่า NihongoและNew

- แบ่งการสอบออกเป็น5ระดับ(จะพูดในรายละเอียดต่อไป)

-การแบ่งเวลาสอบในแต่ละพาร์ทไม่เหมือนเดิม

-แบ่งการสอบออกเป็นสองช่วง เดือน7(เฉพาะN1, 2และ3) และเดือน12

-คะแนนเต็ม180คะแนน

-เนื้อหาการสอบที่ปรับให้หลากหลายยิ่งขึ้นและยากขึ้นกว่าเดิม !

-การคิดคะแนนจะมีการปรับให้มีความเสมอภาคกัน(等化) เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาข้อสอบยากง่ายในแต่ละปีที่ไม่เท่ากัน

-การผ่านไม่ดูที่คะแนนรวม หากจะดูย่อยลงไปยังคะแนนของแต่ละพาร์ท และมีเกรดประกอบพร้อมทั้งคำอธิบาย

 

  คร่าวๆก็ประมาณนี้ครับ จุดที่น่ากังวลคงเป็นเรื่องแนวข้อสอบใหม่และวิธีคิดคะแนนนี่ละ จุดที่ดีสำหรับผู้สอบคงเป็นการสอบที่เพิ่มรอบ และเป็นการหารายได้ให้ทางJapan Foundationมากขึ้น?

การแบ่งระดับของวัดระดับแบบใหม่

เหมือนกับที่กล่าวไปข้างต้น การสอบวัดระััดับภาษาญี่ปุ่นแบบใหม่นั้นจะมีด้วยกันทั้งสิ้น5ระดับดังต่ิอไปนี้ครับ

N1 - ความยากจะเพิ่มจากสอบวัดระัดับ1แบบเก่าเล็กน้อย แต่โดยส่วนรวมถือว่ายังเหมือนเดิม

N2 - ความยากง่ายเหมือนกับระดับ2แบบเก่า

N3 - (จุดนี้คือจุดที่เพิ่มเข้ามา) ความยากอยู่ระหว่างระดับ 2 - 3 ของแบบเก่า (มันก็คือระดับที่ให้คนที่ยังสอบระดับสองไม่ผ่านเพราะความยากที่มันก้าวกระโดดเกินไปนั่นแหละ)

N4 - ความยากง่ายเหมือนกับระดับ3แบบเก่า

N5 -  ความยากง่ายเหมือนกับระดับ4แบบเก่า

เพราะฉะนั้น คนที่ผ่านระดับ4ในปีนี้ ก็จะมีระดับเทียบเืท่ากับ N5ในปีหน้าครับ ส่วนคนผ่่านระดับ3ในปีนี้ก็จะมีระดับเท่ากับ N4ในปีหน้า แต่สำหรับคนผ่านระดับ1หรือ2แล้วนั้น ระดับของการสอบวัดระดับยังเท่าเดิมครับคือ N1และN2ตามลำดับ

ผู้ที่ผ่านระดับ3 หรือสอบระดับ2แล้วแต่ยังไม่ผ่าน ก็ต้องมาเลือกกันล่ะครับว่าปีหน้าจะสอบN3ซึ่งง่ายกว่าระดับสองที่ผ่านมา หรือจะสู้กับN2ซึ่งมีความยากเหมือนกับระดับ2ของปีที่ผ่านๆมาต่อไป

การคิดคะแนน

 ข้อสอบแบบใหม่จะไม่มีการบอกเกณฑ์ครับว่า ระดับนี้จะต้องรู้คันจิกี่ตัว รู้ศัพท์กี่คำ เรียนมากี่ชั่วโมง บลาๆๆ การสอบจะเน้นเอาความรู้จากตัวผู้สอบโดยตรงเลยมากกว่า เนื่องจากคนเรียนปีเดียวก็อาจะเก่งกว่าคนเรียน3ปีก็เป็นได้ (เพราะงั้นไอที่เขียนผ่านๆมาของปีก่อนนั้นมันไร้ประโยชน์สิ้นดี - -)

 นอกจากนี้ เนื่องจากปีก่อนๆมีปัญหาข้อสอบไม่ได้มาตรฐาน เช่นคนที่สอบระดับ2ผ่านในปีนี้แล้ว แต่พอปีถัดไปกลับไม่ผ่าน ในจุดนี้อาจเกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากข้อสอบในปีถัดไปนั้นง่ายกว่าปีที่ผ่านมา  การคิดคะแนนของการวัดระดับแบบใหม่จึงจะเน้นการคิดคะแนนแบบให้มีความเสมอภาคกัน (等化) โดยจะคิดโดยดูจากภาพรวมของผู้เข้าสอบว่าทำไ้ด้หรือไม่ได้ หากมีผู้ทำได้เยอะจะสรุปว่าข้อสอบปีนั้นง่าย หรือหากมีผู้ทำได้น้อยก็จะสรุปว่าข้อสอบปีนั้นอาจจะยากไปเล็กน้อย

   ตรงนี้ผมฟังไม่ค่อยเคลียร์เท่าไหร่ (แล้วไอที่เขียนไปข้างบนนั่นล่ะ...= =) พอจะสรุปได้ว่าน่าจะคิดคะแนนเหมือนพวกTOEIC TOEFLครับ โดยเทียบจากคะแนนของผู้เข้าสอบทั้งหมดแล้วดูว่าคะแนนของเราทำได้อยู่ส่วนไหนของผู้เข้าสอบทั้งหมด (ตรงจุดนี้ผมไม่เคยสอบพวกTOEIC TOEFLนะครับ - -") รอฟังเอาช่วงใกล้สอบเพื่อความชัวร์ดีกว่าครับ แต่คาดว่าข้อมูลน่าจะคร่าวๆประมาณนี้ 
    (หากเป็นอย่างนั้นจริงจะเอาอะไรไปสู้คนจีนกับคนเกาหลีล่ะเนี่ย.......T_______T)

*ใครอ่านต้นฉบับแล้วเข้าใจหากผิดแย้งได้เลยนะครับ ผมยังไม่ได้อ่าน อาศัยเอาจากการฟังในวันงานล้วนๆ = = 

 การแบ่งสัดส่วนการสอบ เวลาสอบและคะแนน

เนื้อหาการสอบถูกแบ่งออกเป็นสามอย่างใหญ่ๆได้แก่

言語知識 ประกอบด้วย คันจิ ศัพท์และไวยากรณ์ (เอาอันเก่าๆมันรวมกัน)

読解 กาีรอ่าน

聴解 การฟัง

โดยแต่ละระดับจะมีการแบ่งช่วงการสอบไม่เหมือนกัน ดังรูปด้านล่างต่อไปนี้

 

จะเห็นว่าN1และN2รวมทั้งคันจิ ศัพท์และไวยากรณ์เข้าไว้ด้วยกัน เนื่องจากเนื้อหาที่มีอยู่กว้าง
แต่สำหรับระดับ3-5นั้น เนื่องจากเนื้อหาที่ไม่กว้างมากนัก ศัพท์และคันจิมีโอกาสที่จะนำกลับมาใช้ซ้ำได้บ่อยครั้ง ผู้สอบจึงอาจมีโอกาส เปิดดูคำตอบจากพาร์ทอื่นได้ เช่นดูวิธีเขียนคันจิจากเนื้อเรื่องที่มีมาให้ เป็นต้น จึงได้ทำการแบ่งข้อสอบสองส่วนนี้ให้อยู่แยกออกจากกัน

 ในจุดนี้ คนสอบก็คงต้องตายกันไปข้างนึง  จากแต่ก่อนที่มีการแบ่งสอบย่อยสามรอบ มีเวลาพักให้ในแต่ละช่วง กลับกลายเป็นสอบมาราธอน110นาทีและ105นาทีรวดตามลำดับ ก็ต้องมารอดูกันล่ะว่างานนี้มาใครจะนั่งทำข้อสอบจนสติกระเจิงก่อนกัน =_____=

 ส่วนข้างล่างนี้เป็นสัดส่วนคะแนนของแต่ละพาร์ทครับ ส่วนละ60คะแนน รวมทั้งสิ้น180คะแนน

 

การคิดคะแนน

 การคิดคะแนนแบบใหม่นั้นจะมีคะแนนเ็ต็มทั้งสิ้น180คะแนดังที่เขียนมาข้างต้น แต่จุดที่แต่งต่างจากระบบเก่าอย่างเห็นได้ชัดคือ

1. มันมีเกรดครับ นอกจากจะมีคะแนนจากส่วนที่เราทำได้แล้วมันยังจะให้เกรดประเมินเราด้วยครับ ว่าเรามีความสามารถในจุดๆนั้นดีมากแค่ไหน!!

2.จะสอบผ่านต้องผ่านทุกพาร์ทครับ ย้ำ!! ต้ิองผ่านทุกพาร์ทครับ ไม่ใช่สอบฟังระดับสามได้คะแนนโหลยโท่ยมา30คะแนนแบบผม แต่คะแนนรวมดันผ่าน อย่างนี้ระบบใหม่มันไม่ให้ผ่านครับ คะแนนแต่ล่ะพาร์ทต้องผ่านด้วยครับ ถึงจะถือว่าผ่านในระดับนั้นๆ ไม่ใช่จะมาทำพาร์ทใดพาร์ทหนึ่งให้ได้ดีอย่างเดียวแล้วจะผ่านได้ แค่นั้นมันไม่พอครับ

 ลองมาดูตัวอย่างกันเถอะ




A = คะแนนมากกว่้า 67%ขึ้นไป
B = ระหว่าง34% - 67% (ครึ่งกลางๆชะมัด)
C = ไม่ถึง34%

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่ได้มีการกำหนดแต่อย่างใดว่าเกณฑ์การผ่านอยู่ที่เกรดหรือคะแนนเท่าไหร่

 เืนื้อหาในการสอบ

ไอเนื้อหาที่จะออกสอบนี่แหละ เป็นจุดที่สำคัญที่สุดและจุดที่ชวนให้น่าปวดตับมากที่สุดเช่นเดียวกัน

เพราะงั้น เรามาแบ่งกันดูทีละส่วนเถอะ

 1.คันจิและคำศัพท์

 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

 

 
 ◆ คือ ประเภทข้อสอบที่ไม่เคยมีในระบบเก่า เป็นข้อสอบแบบใหม่

 ◇ คือ ประเภทข้อสอบที่เคยมีในระบบเก่า แต่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในบางส่วน

 ○ คือ ประเภทข้อสอบที่เคยมีในระบบเก่า (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)

 ― คือ ในระดับนั้นๆ ไม่มีออกสอบ

 1.1. 漢字読み (N1 - N5)

 อันแรกเลย อันนี้คนทีเคยสอบก็คงคุ้นกันอยู่แล้วกับส่วนที่ให้อ่านคันจิซึ่งเป็นแบบเก่าๆที่เราๆเคยทำกันมา

 1.2. 表記 (N1 - N5)

 
อันนี้ก็เช่นเดียวกัน แค่เปลี่ยนจากอ่านเป็นเขียน (เข้าใจว่ากราฟข้างบนอาจพลาดตรงส่วนนี้ เนื้องจากส่วนนี้ก็มีออกในระดับN1ครับ)

 1.3. 語形成 N2

 อันนี้ก็เป็นอันเก่าครับ เป็นการเติมคันจิหนึ่งตัวลงในคำประสม ออกในระดับN2อย่างเดียว แน่นอนว่าคนที่เคยสอบระดับ2ในระบบเก่ามาก่อนก็น่าจะเคยผ่านตากันมาบ้างอย่างน้อยหนึ่งข้อ

 1.4. 文脈規定 (N1 - N5)

 เป็นคำถามที่ต้องดูบริบทต่างๆในประโยคก่อนตอบ สำหรับในระดับN5นั้น จะมีการใช้รูปประกอบด้วย
  



จากข้างบนจะเห็นว่าจริงๆจะเติมอะไรไปก็ไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด แต่ต้องดูบริบท (ภาพในระดับN5) ประกอบ จึงจะสามารถตอบคำถามได้ครับ


 1.5. 言い換え類義 (N1 - N5)

 อันนี้ไม่มีอธิบายเอาไว้ แต่เป็นแบบเก่า เป็นการแทนที่คำที่มีความหมายเหมือนกันของระดับ3 - 4ในระบบเก่า ส่วนระดับ1อาจเป็นการหาเสียงองที่เหมือนกันระหว่างคันจิที่ให้มา กับคันจิที่มีอยู่ในช้อยส์ หรืออาจจะเป็นการหาคำทีั่มีคำหมายเหมือนกับคำที่ให้ข้างต้น (ลองเปิดข้อสอบเก่าดูกันเอาเองแล้วกันนะครับ - -)

 1.6. 用語 (N1 - N4)

 เหมือนอันเก่า พาร์ืทที่ให้คำมาแล้วจงเลือกใช้ตามสถานการณ์ให้ถูกต้อง ไม่มีอธิบายเอาไว้เช่นกัน

ตัวอย่างN1



เฉลย: 1

2. ไวยากรณ์

  อันนี้ล่ะชวนปวดหัวยิ่งนัก ไอข้อสอบใหม่แบบมีดาวนี่ใครมันต้นคิดเนี่ย =A= !!


 2.1.文の文法1 (文法形式の判断)
(N1 - N5)

 
ไม่มีอธิบาย เป็นไวยากรณ์แบบเก่าที่เราเคยๆทำกันมา ดูประโยคแล้วก็เลือกไวยากรณ์ลงในช่องที่ว่างเอาไว้

 2.2.文の文法1 (文法形式の判断) (N1 - N5)

  ไอเนี่ยแหละครับตัวปัญหา ทำให้ต้องคนเข้าสอบต้องคิดเพิ่มไปต่ออีกสองตลบ ชวนให้นึกถึงการบ้านภาษาไทยตอนประถมที่ให้แต่งประโยคขึ้นมาทันใด



 ให้เอาคำทั้งสี่คำมาเรียงกันเป็นประโยคครับ แล้วดูว่าคำไหนตรงกับช่องที่มีดาว คำไหนตรงก็ให้ตอบคำนั้นลงไปนั่นแหละ! จุดที่ต้องระวังมีแค่เรียงให้ถูกต้องตามหลักภาษาเขียน ไอภาษาพูดมันไม่ผิดแต่อย่างใด แต่ระวังจะโดน×แบบประโยคล่างนะครับ

ลองดูตัวอย่างของN1นะครับ



เฉลย: 1

2.3. 文章の文法 (N1 - N5)

แปลกดีครับที่ไวยากรณ์จะมีเนื้อเรื่องด้วย (อ่านกันให้ตาแฉะล่ะรอบนี้) เป็นการเลือกเติมรูปประโยคลงไปในเนื้อเรื่องที่เว้นช่องว้างไว้ให้ อ่านแล้วดูว่าประโยคไหนเหมาะสมกับส่วนที่หายไปครับ

(ตัวอย่างเนื้อเรื่องจาก N4)

 

 3. การอ่าน

 เหมือนจะง่ายลง?



3.1. 内容理解(短文)(N1 - N5)

เรื่องสั้นเหมือนปีแล้วๆมา มีทุกระดับ ความยาวของเนื้อเรื่องประมาณ 200ตัวอักษร อ่านเสร็จถามแค่ข้อเดียว

3.2. 内容理解(中文)(N1 - N5)

 
เรื่องขนาดกลาง ความยาวประมาณ 500 ตัวอักษร ถามสองสามข้อ
3.
3. 内容理解(長文)(N1、N3)

  เรื่องยาวตามนั้นเลย ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ความยาวประมาณ1000ตัวอักษร สำหรับN1

3.4 統合理解 (N1、N2)

 เป็นเรื่องที่นำบทความสองบทความมาให้เราเปรียบเทียบกัน ความยาวประมาณ600ตัวอักษร ไม่เน้นการอ่านแล้วทำความเข้าใจทั้งเนื้อเรื่อง แต่เน้นการเชื่อมข้อมูลระหว่างสองอย่างเข้าด้วยกันครับ



 3.5. 主張理解 (長文)(N1、N2)

 
บทความยาวพิเศษที่มีเพียงเฉพาะระัดับ1และระดับ2เหมือนที่ผ่านๆมา เนื้อหามักจะเป็นบทบรรณาธิการหรือบทวิจารณ์ที่จะให้ผู้อ่านหาจุดสำคัญของเรื่องหรือสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะบอกออกมา ในส่วนของเนื้อหาไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่จะมีการเพิ่มคำถามเกี่ยวกับการจัดลำดับหรือการประเมิณค่าความสำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

 3.6. 情報検索 (N1 - N5)

  เป็นอันใหม่ที่เน้นอ่านทำความเข้าใจอีกแล้ว ไม่เน้นตัวหนังสือเยอะๆลายตา ตัวบทความจะเป็นข้อมูลแจ้งให้ทราบในแบบต่างๆ แต่จุดสำคัญจะมีอยู่จุดเดียว ไม่จำเ็ป็นต้องอ่านทั้งหมด



  4. การฟัง

  ของแสลงสำหรับคนไทย แน่นอนว่ามันจะกลับมาให้รูปแบบที่เลเวลอัพขึ้นมาจากเดิม...



4.1. 課題理解 (N1 - N5)

 ฟังแบบไม่มีภาพทั่วๆไปที่เคยฟังกัน เพียงแต่จะต่างกับแต่ก่อนตรงที่มีคำตอบทั้งสี่ข้อพิมพ์ไว้ให้เราเลือกบนกระดาษ



โดยแบ่งลำดับการฟังออกเป็น 1.บอกสถานการณ์ว่าใครทำอะไรกัน และถามคำถาม 2.ฟังสถานการณ์3.ทวนคำถามอีกครั้ง 4.ตอบคำถามจากตัวเลือกที่ให้



4.2. ポイント理解 (N1 - N5)

 คล้ายๆกับด้านบน แต่จะมีการหยุดพักให้เราเช็คตัวเลือกว่ามีอะไรบ้างหลังจากที่บอกสถานการณ์ว่าใครทำอะไรกัน (ยกเว้นN5จะไม่มีการหยุด)



โดยแบ่งลำดับการฟังออกเป็น 1.บอกสถานการณ์ว่าใครทำอะไรกัน และถามคำถาม 2.หยุดเพื่อให้ดูตัวเลือก 3.ฟังสถานการณ์ 4.ทวนคำถามอีกครั้ง 5.ตอบคำถามจากตัวเลือกที่ให้

  4.3. 概要理解 (N1 - N3)

 
อันนี้แหละยาก ไม่ชินเลยตอนนั่งลองฟังดู = =
ปกติข้อสอบฟังที่เราทำๆกันจะถามคำถามก่อนแล้วให้เราฟังเนื้อเรื่องเพื่อหาคำตอบ จากนั้นก็จะทวนคำตอบให้เราฟังอีกหนึ่งครั้ง แต่อันนี้จะอธิบายสถานการณ์ให้เราฟังเท่านั้น (เช่นผู้ชายกำลังคุยกัน) ไม่ถามคำถามก่อน แต่จะให้เราฟังเนื้อเรื่องเสร็จแล้วค่อยถามทีหลัง นอกจากนั้น คำตอบจะไม่มีพิมพ์ลงในกระดาษ แต่จะเป็นเสียงจากซีดีแทน 



โดยแบ่งลำดับการฟังออกเป็น 1.บอกสถานการณ์ว่าใครทำอะไรกัน (ไม่ถามคำถาม) 2.ฟังสถานการณ์ 3.ถามคำถาม 4.บอกตัวเลือกทั้ง4ข้อ

4.4. 発話表現 (N3 - N5)

 อันนี้จะมีรูปมาให้ แล้วให้เราเลือกตอบว่าสถานการณ์นั้นควรพูดว่าอะไร โดยคำพูดที่ให้เราเลือกตอบจะเป็นเสียงในซีดี แบ่งเป็นข้อๆให้เราฟัง




  
4.5. 即時応答 (N1 - N5)

 
คล้ายๆข้อบน แต่จะเป็นบทสนทนาสั้นๆของคนสองคนแทนภาพ โดยเราต้องเลือกตอบโดยฟังจากบทสนทนาไปว่าฝ่ายนึงพูดอะไรมา และอีกฝ่ายนึงควรตอบอะไรกลับไป โดยคำพูดที่ให้เราเลือกตอบจะเป็นเสียงในซีดี แบ่งเป็นข้อๆให้เราฟัง





4.6. 統合理解 (N1、 N2)

 
คล้ายๆ4.3ตรงที่จะถามคำถามหลังจากจบบทสนทนาแล้ว โดยในส่วนนี้จะเป็นบทสนทนายาว แล้วแบ่งคำตอบได้ทั้งแบบมีพิมพ์คำตอบไว้บนกระดาษและแบบเป็นเสียงจากซีดี และอาจมีการถามคำถามสองข้อจากบทสทนาเดียว



ตัวอย่างข้อสอบที่มีตัวเลือกเป็นเสียง




ตัวอย่างข้อสอบที่มีตัวเลือกเป็นตัวหนังสือที่พิมพ์ลงไปในกระดาษเลย


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

- ไม่สามารถนำข้อสอบออกมาจากห้องได้
- ไม่จำกับอายุผู้สอบ
- ระบบใหม่ไม่ได้ทำให้ผลการสอบของระบบเก่าโมฆะแต่อย่างใด
- ทางศูนย์จะไม่พิมพ์หรือเผยแพร่ข้อสอบหลังจากที่สอบแล้ว
- ไม่มีการออกสอบเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นดังที่เคยมีคน (ชาิติอื่น)ร้องขอมา
- ไำม่มีข้อสอบการเขียนหรือพูด
- ไม่สามารถนำคะแนนที่ได้จากข้อสอบจากระบบเก่ากับระบบใหม่มาเทียบกันได้
- ผลการสอบไม่มีวันหมดอายุ

คิดว่าหมดแล้วนะครับสำหรับรายละเอียดของการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นแบบใหม่ ใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถดูได้ที่เว็บหลักดังที่ลงไว้ข้างต้น ขอตัดจบแค่นี่ล่ะครับ - -)/

ป.ล.หากในตอนหลังพบว่าสิ่งที่ผมเขียนมามีข้อผิดพลาดประการใด ก็ช่วยทำเป็นลืมๆมันไปนะครับ ผมฟังมาอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น อาจจะมีเบลอเผลอหลับไปบ้างเป็นบางครั้ง = ="

ป.ล.2 ดูรายละเอียด อ่านประสบการณ์ของผู้ที่เคยไปทดลองสอบมาที่บล๊อกคุณ Sore no Hime ได้นะครับ

 ป.ล.3 มันจะเปลี่ยนระบบไปทำไม (ฟะ!!) อย่าให้ค่าสอบมันขึ้นนะ (เฟ้ย!!) .....T_______T

Comment

Comment:

Tweet

dgjqdlx

#26 By ahgpto (91.232.96.4) on 2012-02-17 14:57

We have got now very good web sources to buy the thesis report and professional outcome referring to this topic at the trustworthy dissertation service.

#25 By thesis writing (193.105.210.41) on 2011-11-05 18:10

I think that to receive the <a href="http://goodfinance-blog.com">loan</a> from creditors you ought to present a great reason. But, one time I have got a credit loan, because I wanted to buy a car.

#24 By WeissNadia20 (91.212.226.143) on 2011-10-25 15:20

เบียร์ครับน้องแป้ง

ไม่ได้เข้ามาเท่าไหร่เลย ไม่มีเวลา sad smile

#23 By Sigurd Silverberg on 2010-12-18 14:04

อัพบล็อกด้วยเต๊อะ!!!!

#22 By pendulum_x on 2010-10-10 20:27

เห็นเเล้วเหนื่อยยย sad smile
หนูรอพร้อมเเล้วค่อยสอบดีกว่า
ปล.นี่คือพี่ภัทร/พี่เบียร์คะเนี่ย?

#21 By HOMO(sap)IENS on 2010-08-01 00:37

อัพบ้างอะไรบ้าง

#18 By ZynE` on 2010-03-07 17:25

สรุปว่า คะแนนสอบแบบใหม่
ผลสอบจะวัดโดยการอิงเกณฑ์ด้วย และก็อิงกลุ่มด้วย...รวมทั้งจะหวังพึ่งเอาคะแนนส่วนอื่นมาช่วยก็ไม่ได้สินะคะ

ยังไงก็ขอบคุณมาก ๆ สำหรับข้อมูลนะคะ

ป.ล. ชอบเชียร่าเหมือนกันเลยค่ะ แต่หลัง ๆ ไม่ได้แตะคอนโซลกับพอร์ตเทเบิล เลยไม่ค่อยได้ตามเก็นโซฯเลยsad smile

ป.ล. อีกที เห็นแปลอะไรต่อมิอะไรได้เยอะ เพราะว่า...มีพวกตัวช่วยอย่างหนังสือต่าง ๆ ดิคฯ อะไรงี้ค่ะ
แล้วเวลาสอบ จะง่อยสนิทเรื่องการฟังเป็นพิเศษsad smile

#17 By sora no hime★空のひめ on 2010-02-25 16:19

ยาวเว่อร์...=w=a

ขยันพิมพ์ได้อีกนะคะเนี่ย แต่มันสุดยอดมากๆ

เอ่อ...แต่ยังอ่านไม่จบเลย..แหะๆ

#16 By pendulum_x on 2009-12-30 15:34

ขอบคุณมากๆค่ะๆๆ

#15 By L-Lupo on 2009-12-29 12:00

เอ่อ ในเว็บของ JLPT บอกไว้ว่าจะมีการพิมพ์เฉลยข้อสอบออกมาไม่ใช่เหรอคะ
embarrassed

จากตรงนี้น่ะค่ะ

これまで試験問題は非公開との方針で検討してまいりましたが、受験者・教育関係者のご要望も考慮し、問題例集も作成いたします

#14 By priawjai on 2009-12-18 21:31

พระเจ้า!!!
ตายแน่ตู

(เบียจัง เค้าเองน้า~)

#13 By z_chi on 2009-12-14 19:20

แม่เจ้า หนักใจพาร์ทไวยากรณ์จริงๆ ค่ะ ส่วนพาร์ทอ่านโชคดีที่แปลนิยายอยู่แล้วเลยไม่กังวล พาร์ทฟังก็ฟัง+ดูอนิเมะทุกวัน (แต่มันไม่ได้ช่วยให้ทำข้อสอบได้ ฮาconfused smile )
ขอบคุณสำหรับคำอธิบายค่ะ เฮ้อ ชักเครียดแล้วสิคะsad smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#12 By wanako_chan on 2009-12-14 18:51

เอิ่ม อยากจะกรี๊ดดดด
ถ้าคิดคะแนนแต่ละพาร์ทถึงจะผ่าน
แล้วคนที่คะแนนฟังร่อแร่อย่างอิฉันจะเหลือไหมนี่ sad smile sad smile

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
ป.ล. แสดงว่าต่อไประดับหนึ่งถึงสามจะมีสอบสองครั้งในหนึ่งปีสินะ โอ้ว... เงินช้านนน

ลูกบอลค่ะ Hot! Hot! Hot!

#11 By SHizUKu on 2009-12-14 18:47

แค่อ่านแซมเปิลก็กระอักเลือดแล้วค่ะ จะรอดมั้ยเนี่ยตรู...

มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ ให้ดาวๆๆ Hot! Hot! Hot!

#10 By draco on 2009-12-14 09:12

Hot! ปาดราก้อนบอลใส่หน้า ข้อหาทำให้ปวดหัวยามดึก

//เข้ามากรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แล้วจากไป

#9 By ZynE` on 2009-12-14 01:48

ลืมแจกดราก้อลบอล
/me เข้ามาแจกHot! Hot! Hot!

สาระแบบนี้ต้องกระจาย

#8 By サトル [[ I'm satoru. ]] on 2009-12-14 01:39

ยังอ่านไม่จบเช่นกัน เดี๋ยวจะไล่อ่านแบบละเอียดอีกทีค่ะ
แต่เท่าที่ดูคร่าวๆ สงสัยเราจะได้กอดใบประกาศฯ ระดับ 2 ไปตลอดกาลซะละมั้ง TxT
(ที่จริงก็ไม่ได้สอบระดับ 1 มานานแ้ล้ว ตั้งแต่ที่เขาขึ้นราคา)

Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By Piggy on 2009-12-14 00:46

โอย...สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว อ่านจบไปแล้ว...มึนๆๆ แต่ผมดูแ้ล้วส่วนการฟังที่มีโจทย์ให้ฟังสองรอบนี่น่าจะดีกว่ามีรอบเดียวล่ะเนอะ (พยายามมองโลกในแง่ดี =*= )

ปล.ขออนุญาตนำลิงก์ entry นี้ไปแปะในบอร์ดที่ทำไว้นะครับ (=w=)

#6 By monboy01 on 2009-12-14 00:45

เปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างเลย
แต่ที่สำคัญอย่าเปลี่ยนค่าสอบละกันเนอะ sad smile

ขอบคุณมากนะคะ Hot!
โอ้ว ไว้เดี๋ยวมาดูอีกทีครับ ยาวเหลือเกิน(แต่มีประโยชน์ทั้งหมดนั่นแหละ)

เคยเห็นตัวแมนวลภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่มีตั้ง 70 กว่าหน้า ไม่ไหว

ให้ไข่ดาวไปกิน (=w=) Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By monboy01 on 2009-12-14 00:33

กรี๊ด แบบค่ามีน แบบนี้มันจะไม่ขึ้นกับข้อสอบยากง่าย แต่ขึ้นกับคนทำปีนั้นเก่งไม่เก่งรึเปล่าเนี่ย
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ Hot!

#3 By talalan on 2009-12-14 00:29

Hot! ขออนุญาตให้ดาวนะครับ ได้ประโยชน์ดีจริงๆ

ปีนี้เพิ่งสอบ 3 ไป ปีหน้าคิดว่าจะสอบ N3

แต่ ปีนี้จะผ่านหรือเปล่าน้อออ sad smile

#2 By -: ToncruB :- on 2009-12-13 23:02

เห็นแล้วเครียด...sad smile

#1 By サトル [[ I'm satoru. ]] on 2009-12-13 23:02